กอล์ฟ น้ำตาร่วง เลิกขวัญ ไร้มือที่สาม เผย แม่แอ๊ว ย้ำแต่เรื่องสินสอด!!

ออกมาชี้แจงแล้วกับสาเหตุที่เลิกรากันอีกคู่สำหรับ กอล์ฟ พิชญะ กับสาว ขวัญ อุษามณีที่ค้างคากันมาสักพักกับความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถไปต่อได้ ซึ่งหนุ่มกอล์ฟเปิดเผยว่าข่าวลือที่ว่าความรักของตนมีมือที่สามนั้นไม่จริง เพราะตนเองทำงานกับแค่นางเอกปู ไปรยา และสายป่าน อภิญญา แต่ว่ามันมีปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องสินสอด70-80 ล้าน ที่แม่ของทางสาวขวัญได้มีการพูดหลายๆ ครั้งซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็พยายามรับงานเต็มที่ สร้างเนื้อสร้างตัว และการกลับมาครั้งที่สองคือตนเองก็จริงจัง ยอมรับว่าครั้งนี้มันจี้จุดที่เราเคยผ่านมา 10 ปีก่อน  ส่วนเรื่องที่สาวขวัญฟอลโล่ไอจีอ้ายอดีตคนเคยรักหนุ่มกอล์ฟบอกว่าตามนั้น

สถานะตอนนี้เราสองคนก็คุยกันแล้วครับว่า เราตัดสินใจหยุดความสัมพันธ์เอาไว้ตั้งแต่ตอนช่วงปลายปี เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาครับ มันมีปัจจัยหลายอย่างครับ คือจริงๆ แล้วเราเข้ามาทำงานด้วยกันเยอะขึ้นในเชิงธุรกิจ เราเข้ามาช่วยซัพพอร์ทซึ่งกันและกัน แต่ว่าบางครั้งแล้วในการทำงานมันก็จะมีปัญหาต่างๆ ทั้งจากสิ่งที่รุมเร้าเข้ามา ยิ่งช่วงที่พนักงานเพื่อนๆ ลาออกกันหมด มันก็เหมือนยิ่งมีหลายอย่างรุมเร้า ซึ่งมันก็ทำให้เกิดการมีปากเสียงกันบั่นทอนกันด้วยคำพูด มันก็เลยเหมือนกับว่าความเป็นแฟนของเราเริ่มถดถอยลงไป รวมทั้งเรื่องอื่นๆด้วย

ส่วนเรื่องข่าวลือมือที่ 3 ผมสามารถพูดได้เลยครับว่าไม่มี และจากข่าวที่ออกไปผมเองก็ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมแล้วว่าผมทำงานกับใครบ้างในปีนี้ ถ้าคุณหากเป็นแหล่งข่าววงในจริงๆ ผมก็อยากให้คุณเช็คดีๆว่า ผมถ่ายงานแค่กับ ปู ไปรยา และ สายป่าน เท่านั้นครับ ฉะนั้นนางเอกหน้าใหม่ที่คุณบอกว่าเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์โฟมล้างหน้ามาด้วย ผมยังงงอยู่เลยครับว่าเขาเป็นใครที่เข้ามาในชีวิตผม เพราะผมเองก็ไม่รู้จัก ดังนั้นสิ่งที่มันน่าสนใจในกรณีนี้คือใครมากกว่าที่เป็นคนปล่อยข่าว มันเป็นการแชร์ต่อโดยที่ไม่มีมูล และคุณก็บอกแค่ว่าคนวงในให้ข่าวมา ซึ่งผมก็รู้สึกว่าทำไมต้องทำร้ายผมแบบนั้น แต่ผมไม่ได้ติดใจอะไร ใครทำอะไรไว้เดี๋ยวก็ได้อย่างนั้นเอง

คือการที่เรากลับมารอบที่สองมันคงไม่ใช่เล่นๆเนอะ และเราเองก็ตกลงกันไว้แล้วด้วยว่าเราจะกลับมาคบกันแบบจริงจัง คบกันในโหมดที่โตขึ้น ฉะนั้นที่ผ่านมาเราก็จะพยายามข้ามผ่านทุกปัญหาที่เข้ามาให้ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ (น้ำตาคลอ) มันก็เสียใจครับ เพราะเราก็เคยคุยกันเรื่องสินสอด และอย่างที่คุยกับแม่สองคนก็คือ 70-80 ล้านบาท ซึ่งผมก็ไม่รู้นะครับว่าพูดเล่นหรือพูดจริง แต่ในการที่พูดมากกว่าครั้งหนึ่งนั้น กอล์ฟก็พยายามทำเต็มที่และทำให้ได้เท่าที่เราจะทำได้ ปีที่ผ่านมากอล์ฟก็พยายามรับงานตลอด พยายามสร้างธุรกิจ สร้างเนื้อสร้างตัว คือกอล์ฟคิดว่าถ้าหากกอล์ฟสามารถทำด้วยตัวเองได้ ทำให้คนคนหนึ่งที่เรารักได้ เราก็อยากจะทำ

ส่วนเรื่องธุรกิจกอล์ฟอยากจะบอกว่าที่เราทำมาเราไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆเรื่องเงินเลย ฉะนั้นมันเป็นแค่การแชร์ออฟฟิศเพื่อที่เราจะได้มาเจอกันคุยกัน และสนับสนุนกันเรื่องไอเดียแค่นั้นเอง คือกอล์ฟพยายามจะไม่ไปแตะต้อง หรือไม่เอาเงินของน้องหรืออะไรก็ตามมายุ่งเกี่ยวกับตัวเราเลย เพราะกอล์ฟไม่อยากให้มีข่าวมั่วๆ ตามมา และที่ผ่านมากอล์ฟก็พยายามทำในส่วนของกอล์ฟให้ดีที่สุด กอล์ฟไม่เคยคิดร้าย ทำร้าย หรือยุ่งกับเงินใครเลยทั้งนั้น

(มีการลบรูปคู่ในไอจี?) ซึ่งการที่กอล์ฟลบรูปมันไม่ใช่แบบเราเลิกกันแล้วต้องลบรูป เพราะถ้ากอล์ฟตั้งใจจะลบจริงๆ กอล์ฟคงลบตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมตอนที่เราเลิกกันแล้ว แต่ ณ. วันนี้เรารับรู้บางสิ่งบางอย่างมาที่มันมากเกินไป ซึ่งมันทำร้ายจิตใจเรามาก คือมันรู้สึกแบบ เฮ้ย…ที่ผ่านมามันคืออะไร มันย้ำมันซ้ำรอยเดิม มันย้ำแผลเดิมของเราเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

(อย่างข่าวที่บอกว่าน้องคุยกับข่าวต่างชาติเราทราบไหม?) คือเรื่องนี้กอล์ฟรู้มาตั้งแต่แรกที่กอล์ฟกลับมาคบกับน้องแล้วครับว่าแม่มีแนะนำให้รู้จักกันทั้งสองคน แต่ว่าตอนนั้นกอล์ฟก็ไม่คิดอะไร เพราะน้องก็เลือกกอล์ฟ และอีกอย่างผู้ชายคนนั้นเขาก็อายุมากแล้ว แถมยังอยู่ต่างประเทศด้วย กอล์ฟก็เลยไม่คิดอะไร รวมถึงเรามีการคุยกันแล้วด้วยว่าเราจะไปต่อด้วยกันเราจะเริ่มต้นด้วยกัน แต่ว่า ณ ตอนนี้กอล์ฟก็ไม่รู้ว่ายังไง เพราะกอล์ฟก็เห็นไปกินข้าวคริสมาสต์

(ยังสามารถร่วมงานกันหรือเจอหน้ากันได้ไหม?) จากสิ่งที่ผมรับรู้มา ณ สภาพตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องยังไง มันจะต้องร่วมงานหรือจะต้องเจอกันยังไง คือมันไม่ต้องถามด้วยซ้ำเรื่องนี้ เพราะผมเองก็ไม่ใช่คนหูเบาที่ฟังแล้วเชื่อเลย มันเกิดการประติดประต่อเรื่องนี้เรื่องนั้นจนเรารู้สึกว่าเออ… ก็ไม่รู้จะฝากอะไรนะครับ แต่ขอฝากถึงคนบางคนละกันที่รอบๆ ตัวเขา ที่พยายามไปเช็คข้อมูลของผม จากสถานที่บางสถานที่ ที่สามารถรับรู้ได้ว่ามีชื่ออะไรอยู่บนทรัพย์สินผมบ้าง อย่าให้ผมรู้สึกว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่ความรักแต่มันคือเงิน

(เรามั่นใจว่าสิ่งที่เรารับรู้มาคือเรื่องจริง?) อย่างที่บอกว่าผมไม่ใช่คนที่หูเบาฟังแล้วเชื่อเลย แต่พอเราย้อนเรื่องราวกลับไป ณ ตรงนั้น ภาพบางภาพหรือบางเรื่องที่เกิดขึ้น มันทำให้เราประติดประต่อจนกลายเป็นรูปเป็นร่าง ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่ได้ทุ่มเทเหรอ